นิ่วในถุงน้ำดีและถุงน้ำดีอักเสบ

  น.พ.วันชัย   ไกรลาศศิริ

 

           นิ่วในถุงน้ำดีพบเป็นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

สาเหตุ  :  นิ่งในถุงน้ำดี เกิดจากการเสียสมดุลย์ของส่วนประกอบของน้ำดี ทำให้ cholesterol (คลอสเตอร์รอล) ตกตะกอนจับกันเป็นก้อนนิ่ว นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากการแตกตัวของเม็ดเลือดมากกว่าปกติในผู้ป่วยโรคเลือดบางชนิด

อาการ  :  ท้องอืดจุกเสียดแน่นท้องบริเวณใต้ชายโครงข้างขวาและใต้ลิ้นปี่ โดยเฉพาะหลังกินอาหารประเภทไขมัน อาจจะมีอาการปวดท้องและร้าวไปหลัง

           นิ่วสามารถก่อให้เกิดการอักเสบของถุงน้ำดี ซึ่งจะมีอาการปวดท้องใต้ชายโครงข้างขวามาก อาจจะมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าในระยะนี้ไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกต้องทันท่วงที ผู้ป่วยอาจจะมีโรคแทรกซ้อนถุงกับเสียชีวิตได้

           นิ่วในถุงน้ำดีถ้าหลุดลงไปอุดตันท่อน้ำดีจะทำให้เกิดอาการตัว-ตา เหลือง (ดีซ่าน) และมีไข้สูง ปวดท้องมาก หรือทำให้ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งทำให้การรักษายุ่งยากและมีอันตรายเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยโรค               :   สามารถทำได้จากการซักประวัติ ตรวจร่างกายเจาะเลือด และทำ Ultrasound การทำ Ultrasound จะให้ผลแม่นยำ และรวดเร็ว

การรักษา  :  ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือการผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องผ่านทางช่องท้อง (Laparoscopic cholecystectomy)  แพทย์จะใช้เครื่องมือสอดเข้าช่องท้องผ่านรูเล็กๆ 3-4 รู เพื่อตัดถุงน้ำดีออกพร้อมนิ่ว ดังนั้น ผู้ป่วยจะมีแผลที่หน้าท้องเล็กๆ 3-4 แผล แผลจะมีการเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิมที่ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ผู้ป่วยจะอยู่ในโรงพยาบาล 1-2 วันเท่านั้น และสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 อาทิตย์ การผ่าตัดโดยวิธีนี้ทำโดยแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนเฉพาะ แต่มีผู้ป่วยที่มีปัญหาบางรายอาจจะทำผ่าตัดโดยวิธีนี้ไม่ได้ จำเป็นต้องผ่าตัดโดยเปิดหน้าท้อง 

           ในอดีตการผ่าตัดถุงน้ำดีต้องเปิดหน้าท้อง (open cholecystectomy) แผลผ่าตัดยาว 10-15 เซนติเมตร หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะเจ็บแผลมากและนานวันกว่าจะหายเจ็บ ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 5-7 วัน และระยะพักฟื้นก่อนกลับไปทำงานก็ใช้เวลานาน 2-4 อาทิตย์

           การรักษานิ่งในถุงน้ำดีโดยวิธีอื่นๆ ที่เคยใช้เช่น การใช้ยาละลายนิ่วหรือใช้เครื่องสลายนิ่ว ซึ่งได้ผลไม่ดีและใช้ได้กับนิ่วบางชนิดเท่านั้น การรักษาต้องใช้เวลานาน และมีโอกาสเป็นใหม่สูง โรคแทรกซ้อนจากการรักษาก็มีมาก

           ดังนั้นในปัจจุบัน การรักษาใช้กล้องานิ่วในถุงน้ำดีโดยใช้กล้องส่องผ่านทางช่องท้องเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

(จากหนังสือ “สาระน่ารู้ทางศัลยกรรม” 50ปี รพ.ภูมิพลดุลยเดช พ.ศ.2542)