โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
 
สิทธิ! สำหรับคนท้องที่ใช้บัตรทอง(สิทธิหลักประกันสุขภาพ)
  • มาส่องสิทธิคนท้องที่ถือบัตรทองกันหน่อย รับรองสิทธิเพียบไม่แพ้บัตรอื่นเลยค่ะ จะได้รับสิทธิอะไรบ้างมาดูกันค่ะ!
    • ได้รับการดูแลฝากท้องฟรีตามมาตรฐานการฝากครรภ์ ดูแลครรภ์ให้คุณแม่จนกว่าจะคลอดบุตร โดย
      1.ให้ฝากครรภ์ตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์
      2.ตรวจตามแพทย์กำหนดทุกครั้ง
      3.หากมีภาวะผิดปกติรีบมาพบแพทย์
    • ตรวจเลือดเพื่อประเมินสุขภาพ และความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ เช่น คัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง ตรวจคัดกรองการติดเชื้อที่ถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารก เช่น HIV , ซิฟิลิส, ธาลัสซีเมีย เป็นต้น
    • ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ด้วยอัลตร้าซาวด์
    • ตรวจคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรม
    • ตรวจยื่นยันธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์และสามีที่มีผลคัดกรองธาลัสซีเมียผิดปกติ
    • คลอดลูกฟรี (ใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
    • ดูแลหลังคลอด การวางแผนครอบครัว
    • เด็กแรกเกิด-14 ปีรับได้วัคซีนตามกำหนด
  • แนะนำ: ??คุณแม่ควรฝากครรภ์ครั้ง แรกไม่เกิน 12 สัปดาห์ จนครบ 38-40 สัปดาห์ ตามแพทย์กำหนด
    หรือเมื่อทราบว่าตั้งท้อง เพราะจะได้รับบริการตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ และตรวจคัดกรองโรคต่างๆ นะคะ
    สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1330 ตลอด 24 ชม. ค่ะ??

 ----------------------------------------------------------------------------------------
#สายด่วนสปสช.1330
#สิทธิหลักประกันสุขภาพ #สิทธิบัตรทอง
#ตั้งครรภ์
รู้จริงสิทธิบัตรทอง สปสช. กทม.
https://www.facebook.com/BKKNHSO/

 
เด็กเล็กที่มีบัตรทองจะได้รับสิทธิอะไรบ้าง?
  • มาดูสิทธิบัตรทองสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 0-14 ปี ที่จะได้รับกันค่ะ
    • วัคซีนที่จำเป็นต่างๆ เช่น วัณโรค ไข้สมองอักเสบตับอักเสบบี บาดทะยัก คอตีบ โปลิโอ ไอกรน หัด ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เป็นต้น
    • ตรวจคัดกรองภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนในทารกแรกเกิด,ภาวะซีด
    • ตรวจและติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆตามวัย อายุแรกเกิด – 5 ปี
    • ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน เคลือบฟลูออไรด์เจลหรือวานิชในกลุ่มเสี่ยง เคลือบหลุมร่องฟัน อุดฟันแท้ ถอนฟัน ขูดหินปูน รักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม

 --------------------------------------------------------------
คุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1330 ตลอด 24 ชม. นะคะ
#สายด่วนสปสช.1330
#สิทธิหลักประกันสุขภาพ #สิทธิบัตรทอง
#เด็กทารก

 
ใครสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง)ได้บ้าง?
  • ใครสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง)ได้บ้าง?

Q: ใครสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ(บัตรทอง)ได้บ้าง
A: ผู้ที่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ(บัตรทอง) ได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

- มีสัญชาติไทย
- ไม่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลอื่นใดที่รัฐจัดให้ เช่น ประกันสังคม สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น
- สิทธิรักษาพยาบาลของหน่วยงานรัฐอื่นๆ เช่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน

:: ยกตัวอย่างผู้มีสิทธิลงทะเบียนเช่น
- เด็กแรกเกิดที่ไม่มีสวัสดิการการรักษาพยาบาลจากพ่อแม่
- บุตรข้าราชการคนที่ 4 ขึ้นไป และไม่มีสิทธิประกันสุขภาพ
- ผู้ประกันตนที่ขาดการส่งเงินสมทบประกันสังคม (หมดสิทธิประกันสังคม)
- ข้าราชการเกษียณอายุหรือออกจากราชการโดยไม่ได้รับบำนาญ
- ผู้ประกอบอาชีพอิสระและไม่ได้เป็นผู้ประกันตนของประกันสังคม

หากอยากตรวจสอบสิทธิหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 1330 ตลอด 24 ชม. นะคะ
#สายด่วนสปสช.1330
#สิทธิหลักประกันสุขภาพ #สิทธิบัตรทอง
#สุขภาพ

-------------------------------------------------------------------------------

 
ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพกับโรคมะเร็งได้อย่างไร?

ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ(บัตรทอง)

หลายๆคน ยังคงสงสัยว่าการใช้สิทธิกับการรักษาโรคมะเร็งนั้น จะครอบคลุมและได้รับการรักษามากน้อยเพียงใด วันนี้มีรายละเอียดสิทธิที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะได้รับเมื่อใช้สิทธิมาฝากกันค่ะ
- การตรวจและวินิจฉัยโรคตามที่แพทย์สั่ง
- การรักษาอาการทั่วไป
- การรักษาอาการเฉพาะทาง เช่น การผ่าตัด การฉายแสงและการให้ยาเคมีบำบัด

สรุปแล้วผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ(บัตรทอง)

จะได้รับการรักษาและได้รับยาตามมาตรฐานเทียบเท่ากับผู้ป่วยที่จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเอง ดังนั้นหายกังวลแล้วรีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่าค่ะ
สิทธิบัตรทองสามารถใช้ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเบื้องต้นคือ
~ ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในสตรี
~ มะเร็งปากมดลูกในสตรี
~ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงอายุ 50-70 ปี

สามารถรับบริการได้ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

-------------------------------------------------------------------- 

:: โรคมะเร็งตรวจพบในระยะเริ่มต้นรักษาหายได้ ::
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 1330 ตลอด 24 ชม. นะคะ 🙂
#สายด่วนสปสช. 1330
#สิทธิบัตรทอง #สิทธิหลักประกันสุขภาพ

 
 
กรณีที่ถูกหมากัด แมวกัด แมวข่วน

กรณีนี้ ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ ท่านสามารถเข้ารับบริการฉีควัคซีนที่หน่วยบริการใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยบริการตามสิทธิ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้มีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่มีหน่วยบริการในกรุงเทพมหานคร ควรพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำทุกปี #สายด่วน สปสช.1330

 

 
 
 
 
 
ใช้สิทธิตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่

สามารถใช้สิทธิตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สิทธิบัตรทอง)ได้นะคะ

สรุปแนวทางการคัดกรองมะเร็งสำหรับคนปกติที่แข็งแรงดี

     สำหรับคนที่มีโรคที่เสี่ยงเช่น ติดเขื้อไวรัสตับอักเสบบี มีประวัติครอบครัวโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตับแข็ง เคยเป็นมะเร็งมาแล้ว ฯลฯ กลุ่มนี้จะมีคำแนะนำเฉพาะตัวตามที่แพทย์ที่ดูแลแนะนำอยู่การตรวจหวังผลให้พบมะเร็งในระยะที่รักษาแล้วหายหรือรักษาและผลข้างเคียงไม่มากนัก การตรวจไม่ได้รับรองผล 100% แต่ก็มีความไวสูงพอ คือ เมื่อเจอแล้วต้องไปยืนยันผลอีกรอบด้วยวิธีที่เฉพาะแบบ แพงกว่า เจ็บตัวกว่า ดังนั้นการคัดกรองด้วยวิธีที่ง่ายและไวจึงเป็นคำแนะนำมาตรฐาน
และควรปฏิบัติตัวหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมะเร็งด้วย ห้ามคิดว่ามีวิธีที่ไวพอแล้ว ไม่ต้องดูแลตัวเอง ให้หมอจัดการให้ แบบนี้ผิด

1. มะเร็งเต้านม การตรวจที่แนะนำเป็นหลักคือการทำแมมโมแกรม ส่วนการตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้แนะนำแล้ว การตรวจด้วยตัวเองไม่ไวพอ แต่เนื่องจากทำง่ายสะดวก ก็ยังแนะนำและถ้าหากผิดปกติก็ให้ไปหาหมอ

1.1 อายุ 40-44 เริ่มพิจารณาทำได้หากต้องการ ทำปีละครั้ง
1.2 อายุ 45-54 ควรทำทุกปี
1.3 อายุ มากกว่า 55 สองปีครั้ง หรือถ้าปกติดีมาตลอดก็ปีละครั้ง
1.4 คัดกรองไปได้เรื่อยๆ หากคิดว่ายังมีโอกาสชีวิตยาวนานอย่างมีคุณภาพมากกว่า 10 ปี

2. มะเร็งปากมดลูก มีการตรวจสองอย่างคือตรวจเซลที่ทำกันมาตลอด และการตรวจหาการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ถ้าตรวจแล้วผิดปกติต้องเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจซ้ำหรือตัดชิ้นเนื้อครับ

2.1 อายุ 21-29 ตรวจสามปีครั้ง ไม่ต้องตรวจ HPV ยกเว้นผลเซลผิดปกติ
2.2 อายุ 30-65 ตรวจทั้งเซลและเอชพีวีทุกห้าปี ถ้าตรวจทั้งคู่ไม่ได้ให้ตรวจเซลอย่างเดียวทุกสามปี
2.3 อายุ มากกว่า 65 ในกรณีที่ตรวจมาแล้วปกติมาตลอด ก็ไม่ต้องตรวจอีก เว้นมีอาการผิดปกติ หรือเคยตรวจผิดปกติ ก็แนะนำตรวจต่อไปอีก 20 ปี แม้ว่าอายุจะเกิน 65 ก็ตาม

3. มะเร็งโพรงมดลูก ไม่ต้องตรวจแต่ควรให้คำแนะนำในกรณีเลือดออกมาอีกหลังหมดประจำเดือน ควรเข้าพบแพทย์
4. มะเร็งลำไส้ใหญ่ เริ่มตั้งแต่อายุ 50 ปี การตรวจโดยการถ่ายภาพหรือส่องกล้องจะตรวจทั้งเนื้องอกและติ่งเนื้อ ส่วนการตรวจอุจจาระจะตรวจได้เฉพาะมะเร็ง และการตรวจด้วยวิธีอื่นๆที่ไม่ใช่ส่องกล้องหากพบความผิดปกติ ต้องมาส่องกล้อง

4.1 ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ทุก 10 ปี
4.2 เอ็กซเรย์ลำไส้ใหญ่ ทุก 5 ปี
4.3 ส่องกล้องลำไส้ตรง (flexible sigmoidoscopy) หรือ สวนแป้ง ทุก 5 ปี ข้อนี้หลายๆสมาคมไม่แนะนำแล้ว แต่ American Cancer Society ยังแนะนำอยู่ ส่วนตัวผมว่าก็ว่าน่าจะใช้สองวิธีแรกมากกว่า
4.4 ตรวจอุจจาระทุกปี หามะเร็งโดยเฉพาะ ตรวจปีละสามสิ่งส่งตรวจ หรือจะใช้ร่วมกับวิธีด้านบนก็ได้ วิธีนี้สะดวกและง่ายดี (ต้องทราบข้อจำกัดการแปลผล)

5. มะเร็งปอด การคัดกรองมะเร็งปอด ผลประโยชน์ไม่มากนัก แต่ข้อมูลที่ดีที่สุดตอนนี้คือ ใช้การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (low dose CT chest) ทุกปี เฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงคือมีข้อบ่งชี้ครบสามข้อ ..อายุ 55-74 ปี...ร่างกายแข็งแรงดี...สูบบุหรี่มาอย่างน้อย 30 packyears ทั้งผู้ที่สูบต่อเนื่องและผู้ที่เลิกมาไม่เกิน 15 ปี...
6. มะเร็งลูกหมาก ไม่แนะนำตรวจเลือด PSA เพื่อคัดกรองมะเร็งลูกหมากอีกแล้ว การตรวจให้คุยถึงผลดีผลเสียเป็นรายๆไป เช่นถามอาการ ความเสี่ยง ตรวจก้น หรือจะเจาะเลือด PSA ก็ต้องคุยเป็นรายๆไปครับ

ที่มา American Cancer Society : early cancer screening

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

      สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง)


             ระบุ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช

        หลักฐาน

                 -ถ่ายบัตรประชาชนผู้ป่วย  2  ใบ

 

             ระบุ รพ.อื่นๆ กรณีฉุกเฉิน

        หลักฐาน

                - ถ่ายบัตรประชาชนผู้ป่วย  2  ใบ

 

             ระบุ รพ.อื่นๆ กรณีใบส่งตัว

        หลักฐาน

                 - ถ่ายใบส่งตัว  2  ใบ

                 - ถ่ายบัตรประชาชนผู้ป่วย  2  ใบ


 

ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสุขภาพ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ

 

ประเด็น ถามตอบ ปัญหาที่พบบ่อย

  ถาม มีบุตรเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยรัฐบาล แต่ทางมหาวิทยาลัยจัดสวัสดิการพิเศษเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล

             โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณให้พนักงานและครอบครัวในวงเงินจำกัด  บิดามารดาจะสิทธิใช้บัตรประกัน
              สุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่

  ตอบ ไม่สามารถใช้สิทธิได้  เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิสวัสดิการจากการรักษาพยาบาลอื่นที่รัฐจัดให้

  ถาม  หากสงสัยว่ามีสิทธิใดในการรักษาพยาบาล สามารตรวจสอบสิทธิได้จากที่ไหนบ้าง
  ตอบ 
:   1.  โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน
              2.  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาจังหวัด หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
              3.  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่
              4.  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานใหญ่
              5.  สายด่วน สปสช.โทร 1330 กด 2 ตลอด 24 ชั่วโมง (ทั้งนี้ให้เตรียมหมายเลขประจำตัวประชาชนด้วย)

  ถาม  :  ต้องการมีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องทำอย่างไร

  ตอบ  :  1.  เตรียมเอกสาร ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาใบสูติบัตร

                   (ใบเกิด) สำเนาทะเบียนบ้านที่ผู้ขอทำบัตรมีชื่ออยู่  หากพักอาศัยไม่ตรงตามทะเบียนบ้านให้เตรียม
                   หลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่สำเนาทะเบียนบ้านที่พักอาศัยอยู่จริง หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน/ผู้นำชุมชน
                   หรือใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคที่มีชื่อตนเอง ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก ฯลฯ ที่แสดงว่า
                   ผู้นั้นมีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ

              2. สถานที่ลงทะเบียน กรุงเทพ ฯ ติดต่อลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ต่างจังหวัด ติดต่อลงทะเบียนได้ที่

                    สถานีอนามัย โรงพยาบาลของรัฐ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในวันเวลาราชการ หรือติดต่อศูนย์
                    บริการหลักประกันสุขภาพที่ศูนย์ราชการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ถนนแจ้งวัฒนะ 
                    อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สายด่วน สปสช. โทร 1330

  ถาม  :   ต้องการใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำอย่างไร
  ตอบ 
:   การเข้ารับบริการมีขั้นตอนดังนี้
              1.  เข้ารับการรักษา ณ หน่วยบริการตามสิทธิ
              2.  แสดงความจำนงเพื่อขอใช้สิทธิ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า

                    ทุกครั้ง (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร )
              3.  ควรไปรักษาในวัน-เวลาราชการ
              4.  กรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หากไม่สามารถเข้ารับบริการการรักษา ณ หน่วยบริการตามสิทธิได้
                    สามารถเข้ารับบริการรักษาที่หน่วยบริการอื่นที่เข้าร่วมโครงการที่ใกล้ที่สุดได้
 

  ถาม  ย้ายมาพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพ ฯ แต่มีสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าเดิมที่หน่วยบริการต่างจังหวัด

                ทำอย่างไรจึงจะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการรักษาพยาบาลที่กรุงเทพฯ ได้

  ตอบ  :  กรณีที่ 1 ถ้าย้ายชื่อมาอยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่กรุงเทพ ฯ แล้ว ให้ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

                           เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร (ใบเกิด) และสำเนาทะเบียนบ้าน ติดต่อลงทะเบียนที่
                            สำนักงานเขตใกล้บ้าน
              กรณีที่ 2 ถ้าไม่ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ต้องมีหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เด็กอายุต่ำกว่า 15 
                            ปี ใช้สำเนาสูติบัตร(ใบเกิด) และสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองที่มีชื่ออยู่ในต่างจังหวัด  สำเนา
                            ทะเบียนบ้านที่พักอาศัยอยู่จริงพร้อมหนังสือรับรองของเจ้าบ้าน/ผู้นำชุมชน หรือใบเสร็จค่า
                            สาธารณูปโภคที่มีชื่อตนเอง ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก นำไปยื่นลงทะเบียนที่
                            สำนักงานเขตใกล้บ้าน
 

  ถาม  :  เคยทำงานแล้วมีสิทธิประกันสังคม แต่ลาออกจากงานเกิน 6 เดือน หมดสิทธิประกันสังคมแล้ว แต่ตรวจ

                 สอบพบว่าฐานข้อมูลยังมีสิทธิประกันสังคมอยู่ จะต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ใช้สิทธิบัตรประกัน
                 สุขภาพถ้วนหน้าได้

  ตอบ  : 1.  ติดต่อขอรับใบรับรองการหมดสิทธิจากสำนักงานประกันสังคม
             2.  เตรียมหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง และใบรับรองการ
                    หมดสิทธิที่ได้จากสำนักงานประกันสังคม
             3. ติดต่อที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้านหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน สปสช. โทร 1330

 

  ถาม  สามารถใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการคลอดบุตรได้กี่ครั้ง
  ตอบ 
ใช้สิทธิได้ 2 ครั้ง โดยนับจำนวนบุตรที่มีชีวิตอยู่ (เริ่มนับการใช้สิทธิตั้งแต่พระราชบัญญัติหลักประกัน
                 สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้)
  ถาม  : ต้องการทำอัลตราซาวด์ เพื่อดูเพศเด็กในครรภ์ สามารถใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่
  ตอบ 
:  ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการตรวจที่เกิดความจำเป็นและไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

  ถาม  ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 7 เดือน จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการคลอดบุตรได้

               หรือไม่
  ตอบได้ โดยติดต่อขอรับหนังสือรับรองว่ายังส่งเงินสมทบไม่ครบ 7 เดือนที่สำนักงานประกันสังคม เพื่อนำ
               ไปเป็นหลักฐานในการใช้สิทธิ
 

  ถาม :   คนพิการเมื่อเจ็บป่วย จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องดำเนินการอย่างไร
  ตอบ
:   - เข้ารับการรักษา ณ หน่วยบริการตามสิทธิ กรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็น คนพิการ

                สามารถเข้ารับบริการได้ ณ หน่วยบริการอื่นของรัฐได้ทุกแห่ง
             - แสดงความจำนงการใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการเข้ารับบริการทุกครั้ง
             - แสดงบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าพร้อมสมุดประจำตัวคนพิการ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัว
                อื่นที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตรหรือใบเกิด)

 

  ถาม :   ผู้ป่วยสิทธิว่าง เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนไม่เข้าร่วมโครงการด้วยอาการปวดท้องต้องผ่าตัดด่วน
                 สามารถใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้หรือไม่
  ตอบไม่ได้ เนื่องจากผู้ป่วยที่จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ
                ต้องเป็นผู้ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำ และมีหน่วยบริการประจำในระบบข้อมูลการลงทะเบียน
                ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วเท่านั้น

  ถาม :   เจ็บป่วยฉุกเฉินหมายถึงอะไร
  ตอบ
:   การเจ็บป่วยฉุกเฉิน หมายถึง โรคหรืออาการที่มีข้อบ่งชี้ดังนี้
              -  โรคหรืออาการของโรคที่มีลักษณะรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น
              -  โรคหรืออาการของโรคที่มีลักษณะรุนแรง ต้องรักษาเป็นการเร่งด่วน
              -  โรคที่ต้องผ่าตัดด่วน  หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต
              -  โรคหรือลักษณะและอาการของโรคตามที่คณะกรรมการกำหนด

  ถาม :   การใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้ากรณีอุบัติเหตุ สามารถใช้สิทธิที่หน่วยบริการอื่นที่ไม่ใช่หน่วยบริการ

               ประจำได้กี่ครั้ง
  ตอบ ใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  ทั้งนี้หากเป็นกรณีอุบัติเหตุจากรถต้องใช้สิทธิจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบ
               ภัยจากรถก่อน
 

  ถาม :   หากเกิดอุบัติเหตุจากรถ จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่
  ตอบ
:   ต้องใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถก่อน (ทั้งรถที่มีและไม่มี พ.ร.บ) เมื่อใช้สิทธิตาม

                พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหมดแล้ว ส่วนเกินจึงจะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้

 

  ถาม :   กรณีที่ญาติต้องการให้รถพยาบาลนำส่งผู้ป่วยกลับบ้านเนื่องจากไม่มีรถรับส่ง สามารถใช้สิทธิบัตรประกัน

                 สุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่
  ตอบไม่สามารถใช้สิทธิได้
 

  ถาม :   ผู้ป่วยมีสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่กรุงเทพ ฯ ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด หกล้มศีรษะกระแทกพื้น

               เข้ารักษาที่โรงพยาบาลชุมชน แพทย์วินิจฉัยว่าต้องได้รับการผ่าตัดสมองด่วน จึงส่งตัวไปรักษาที่โรง
               พยาบาลประจำจังหวัดผู้ป่วยต้องจ่างเงินค่ารถพยาบาลหรือไม่

  ตอบ :   ไม่ต้อง เนื่องจากการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาระหว่างหน่วยบริการอยู่ในความคุ้มครองของสิทธิบัตร
                ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (โรงพยาบาลชุมชนสามารถขอรับค่าพาหนะในการส่งต่อครั้งนั้นได้จากกองทุน
                หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า)
 

  ถาม :   ผู้ป่วยมีสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ต่างจังหวัดประสบอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล         

               ของรัฐในกรุงเทพ ฯ หลังออกจากโรงพยาบาลแพทย์นัดติดตามผลจะต้องใช้หนังสือส่งตัวจากหน่วย
               บริการตามสิทธิหรือไม่
  ตอบ :   ผู้ป่วยต้องติดต่อขอรับใบส่งตัวจากหน่วยบริการตามสิทธิหรือหากหน่วยบริการตามสิทธิสามารถรักษา
               ได้ให้ผู้ป่วยไปใช้บริการยังหน่วยบริการตามสิทธินั้น

 

  ถาม :   กรณีผู้ป่วยใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า และได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลจะต้องทำ

                 อย่างไร
  ตอบ :   ผู้ป่วยสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ตามมาตรา 41 โดยการยื่นคำร้อง ทำได้ 2 วิธี ดังนี้
               - การยื่นด้วยตนเองที่หน่วยรับคำร้อง (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
                    แห่งชาติสาขาในจังหวัดนั้น)
              - การส่งคำร้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยส่งไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานหลัก
                   ประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาในจังหวัดนั้น (การยื่นคำร้องโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือวันที่
                   ประทับตราไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นคำร้อง)
 

  ถาม ผู้ป่วยมีสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการตามสิทธิ ระหว่างนอนรักษาอยู่ใน

              โรงพยาบาลพบว่าเริ่มมีสิทธิประกันสังคม การรักษาครั้งนั้นจะใช้สิทธิใด
  ตอบใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า จนสิ้นสุดการรักษา
 

  ถาม เพิ่งทำงานบริษัทและส่งประกันสังคม 1 เดือน ยังไม่มีสิทธิประกันสังคม แต่ได้รับอุบัติเหตุตกนั่งร้านขณะ

              ทำงาน จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่
  ตอบ ต้องใช้สิทธิจากกองทุนเงินทดแทนผู้ประสบภัยจากการทำงานซึ่งจะให้ความคุ้มครองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจาก
               การทำงาน  จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ได้

 

  ถาม มีบุตร ทำงานอยู่ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีหนังสือรับรองว่าทางครอบครัว

              ของพนักงานจะไม่ขอใช้สิทธิสวัสดิการของ ธ.ก.ส. แต่จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ทราบว่า
               มารดาจะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้หรือไม่

  ตอบ :  ไม่ได้ เนื่องจากหนังสือยกเลิกสิทธิไม่สามารถยกเลิกสิทธิเฉพาะบุคคลได้  การที่จะมาใช้สิทธิบัตรประกัน
               สุขภาพถ้วนหน้าต้องมีการตกลงร่วมกันระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
               กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
 

  ถาม ใช้สิทธิครูเอกชนในการรักษาพยาบาลครบ 100,000 บาท แล้ว จะใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อ

              ได้หรือไม่
  ตอบไม่ได้

  คลอดบุตร  เป็นเรื่องฉุกเฉินหรือเปล่า

       วันนี้เป็นกรณีของคุณนพค่ะ ถามว่าภรรยามีบัตรทองอยู่ต่างจังหวัดซึ่งตั้งครรภ์อยู่ประมาณ 5 เดือนแล้ว คุณนพบอกว่าตัวเองต้องมาทำงานในกรุงเทพในขณะที่ภรรยาอยู่ต่างจังหวัดฝากท้องที่ต่างจังหวัด  คุณนพและภรรยา ต้องเดินทางไป ๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัดอยู่เสมอ  ก็เลยเกิดความกังวลว่า หากภรรยาเกิดเจ็บท้องคลอดขึ้นมาในขณะที่อยู่กรุงเทพ จะใช้สิทธิบัตรทองในการคลอดได้หรือไม่ และการคลอดถือเป็นกรณีฉุกเฉินหรือไม่  

       อย่างกรณีภรรยาของคุณนพ  คงต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไปค่ะ เพราตามปกติแล้ว แพทย์จะกำหนดวันคลอดที่ใกล้เคียงให้ ซึ่งผู้ตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางในช่วงใกล้คลอดเพราะอาจเกิดอันตรายต่อผู้ตั้งครรภ์ และทารกได้ และเมื่อครบกำหนดแล้วจะมีการเจ็บเตือนซึ่งมีเวลาเพียงพอให้เดินทางไปหน่วยบริการที่ระบุในบัตรทอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในกรณีครรภ์แรกค่ะ  ยกเว้นแต่ว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด หรือไม่เป็นไปตามที่แพทย์คาดคะเนไว้  หากภรรยาของคุณนพคลอดในหน่วยบริการที่ฝากครรภ์อยู่  ซึ่งไม่ใช่หน่วยบริการที่ระบุในบัตร  ไม่ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉินแต่เป็นการ
ตั้งใจที่จะเลือกสถานที่คลอดค่ะ  จะใช้สิทธิบัตรทองไม่ได้

  ปัญหาฟัน กับการใช้บัตรทอง

       สวัสดีค่ะ วันนี้ทีมงานสายด่วนบัตรทอง 1330 มีคำถามเรื่องการใช้บัตรทองเพื่อรักษาฟันของคุณกัมพลมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

      “ ผมอายุ 35 ปี สุขภาพแข็งแรง  แต่ตอนนี้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคในช่องปาก  คือ ปวดฟัน เลยไปหาหมอที่คลินิก
หมอตรวจและแจ้งว่าต้องรักษารากฟัน 1 ซี่ และอีก 2 ซี่ ต้องอุดฟัน  ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงมากสำหรับผมเพราะผมยัง
ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง  เงินก็ไม่ค่อยมี  แต่ผมมีบัตรอง  ยังไม่เคยไปใช้เลย  ผมอยากทราบว่าบริการด้าน
ทันตกรรมของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีอะไรบ้าง  และในกรณีของผมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่  บัตรทองจะคุ้มครองหรือเปล่า  ช่วยตอบด่วนด้วยครับ
”

       

      ขอไขปัญหาให้คุณกัมพล  และผู้มีปัญหาฟันท่านอื่น ๆ ได้หายข้องใจค่ะ  บริการทันตกรรมที่ผู้ใช้บัตรทองสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ก็คือ  การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก  ได้แก่  การตรวจสุขภาพช่องปาก  การแนะนำด้านทันตสุขภาพ  การให้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุ เช่น กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฉายรังสี บริเวณศีรษะและลำคอ  รวมทั้งการเคลือบหลุมร่องฟัน  ส่วนบริการทางการแพทย์ที่ผู้ใช้บัตรทองต้องร่วมจ่าย 30 บาทในการใช้บริการแต่ละครั้ง ได้แก่  การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหิดปูน การทำฟันปลอมฐานพลาสติก  การรักษาโพรงประสาทฟัน (เฉพาะฟันน้ำนม) และการใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่
แต่สำหรับกรณีของคุณกัมพลนั้น  สามารถใช้สิทธิบัตรทองอุดฟันได้  แต่การรักษารากฟันไม่อยู่ในความครอบคลุม
ของสิทธิบัตรทอง  คุณกัมพลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันเองค่ะ

 

 

 
การบริการที่ไม่คุ้มครอง (ไม่สามารถใช้บัตรทองได้)
 
  1.  โรคจิต ที่ต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในเกินกว่า 15 วัน
  2.  การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติด  ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด
  3.  อุบัติเหตุการประสบภัยจากรถและอยู่ในความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
            เฉพาะส่วนที่บริษัท หรือกองทุนตามกฎหมายนั้นต้องเป็นผู้จ่าย
  4.  การรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก
  5.  การผสมเทียม
  6.  การกระทำใด ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม  โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  7.  การตรวจวินิจฉัย และรักษาที่เกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  8.  โรคเดียวกันและต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลเกินกว่า 180 วัน  ยกเว้น กรณีมีความจำเป็นต้องรักษา
             ต่อเนื่องภาวะแทรกซ้อนหรือข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

  9.  การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง
10.  การรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายด้วยการล้างไต และการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

11.  การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง


 

   

        ห้องตรวจประกันสังคมเปิดให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ทุกวันทั้งในเวลาราชการและนอกเวลา  
               ตั้งแต่ เวลา 08.00 - 20.00 น.  โทร. 02 534 7648, ภายใน 27648
                    -  ในช่วงเช้า 08.00 - 12.00 น.  เปิดให้บริการตรวจรักษา จำนวน 2 ห้อง 
                    -  ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เปิดให้บริการตรวจรักษา จำนวน 1 ห้อง

 

 

ขั้นตอน  การให้บริการผู้ป่วยที่มาตรงนัด (ในเวลาราชการ)
 

  1.  ยื่นใบนัดก่อนเวลา 30 นาที ที่ห้องตรวจสลก.1

  2.  ตรวจสอบสิทธิ (บัตรทอง และบัตรประชาชน)

  3.  ประเมินสัญญาณชีพ และชั่งน้ำหนัก

  4.  คัดกรองผู้ป่วยเพื่อประเมินอาการ และจัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษา

  5.  พบแพทย์

  6.  พบพยาบาลที่โต๊ะนัด

  7.  รับยาที่ห้องยาชั้น1 อาคาร 8 ชั้น

 

 
ขั้นตอน  การให้บริการผู้ป่วยที่ไม่มีนัด (ในเวลาราชการ)
 

  1.  ตรวจสอบสิทธิที่ศูนย์ประสาน

  2.  ติดต่อเคาท์เตอร์คัดกรองเบื้องต้น

  3.  รับใบรับรองสิทธิ

  4.  ยื่นเอกสารและใบรับรองสิทธิ(สลก1)

  5.  ประเมินสัญญาณชีพ และชั่งน้ำหนัก

  6.  คัดกรองผู้ป่วยเพื่อประเมินอาการ และจัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษา

  7.  พบแพทย์

  8.  พบพยาบาลที่โต๊ะนัด

  9.  รับยาที่ห้องยาชั้น1 อาคาร 8 ชั้น

 
ขั้นตอน  การให้บริการผู้ป่วยนอกเวลาราชการ
 

  1.  ยื่นเอกสารตามสิทธิการรักษาที่แผนกเวชระเบียนชั้น1หน้าห้องอุบัติเหตุ

  2.  รับใบรับรองสิทธิ

  3.  ประเมินสัญญาณชีพ และชั่งน้ำหนัก

  4.  พบแพทย์

  5.  พบพยาบาลที่โต๊ะนัด

  6.  รับยาที่ห้องยาชั้น1 อาคารคุ้มเกล้า

 

 


ใครมีสิทธิใช้บัตรทอง

 
            ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 5 กำหนดให้ บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ ซึ่งบุคคลในที่นี้ หมายถึง บุคคลที่มีสัญชาติไทย
         
               ดังนั้น ผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และไม่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลอื่นใดที่รัฐจัดให้

     
      ตัวอย่างบุคคลที่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลจากรัฐ เช่น

   1.  ผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เช่น ลูกจ้างที่ทำงานในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปยกเว้น
            ลูกจ้างทำงานบ้าน หาบเร่ แผงลอย หรือลูกจ้างของบุคคลธรรมดาที่ไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย

   2.  ผู้มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เช่น ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วน
            ราชการ และครอบครัว

   3.  ผู้อยู่ในความคุ้มครองของหลักประกันสุขภาพอื่นที่รัฐจัดให้ เช่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ใน
           องค์กรอิสระ ครูโรงเรียนเอกชนในระบบ


การขึ้นทะเบียนบัตรทอง
 
      หลักฐานในการไปขึ้นทะเบียน
    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้
(เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ใช้
           สำเนาสูติบัตรหรือใบเกิด)
    สำเนาทะเบียนบ้านที่ผู้ขอมีชื่ออยู่
    กรณีที่พักอาศัยอยู่จริงไม่ตรงตามทะเบียนบ้าน ให้เพิ่มเติมสำเนาทะเบียนบ้านที่ไปพักอาศัยซึ่งมีลายมือชื่อรับรอง
           ของเจ้าบ้านหรือหนังสือรับรองของผู้นำชุมชนที่รับรองว่าได้พักอาศัยอยู่จริง


     ต่างจังหวัด ติดต่อลงทะเบียนทำบัตรได้ที่
    สถานีอนามัย
    โรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ใกล้บ้านหรือ
    สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

     กรุงเทพมหานคร ติดต่อลงทะเบียนทำบัตรได้ที่
    สำนักงานเขตที่อยู่ใกล้บ้านเปิดให้บริการในวันจันทร์- ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
    ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพชั้น M สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล 200 ม.4 ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี11120 เปิดให้บริการในวันจันทร์- ศุกร์ตั้งแต่ เวลา08.30 – 16.30
 

 
   หน้า 6/7